วงดนตรี

วงดนตรีงานแต่งงานและงานเลี้ยงสังสรรค์ รับแสดงดนตรี
ยินให้คำปรึกษา ติดต่อกับนักดนตรีโดยตรง โทร 084- 4230595 นุช/ คุณพงษ์พันธ์ pianist 081-2566576

1.ทฤษฏีดนตรี พื้นฐาน 2 ประวัติของเครื่องดนตรีสากล 3.ประวัติของเครื่องดนตรีไทย 4.ประเภทของวงดนตรีสากล 5.ประเภทของวงดนตรีไทย

 

ประเภทของวงดนตรีสากล

ประเภทของวงดนตรีสากล แบ่งได้เป็น 8 ประเภทใหญ่ ๆ ดังนี้

 

1.วงแชมเบอร์มิวสิค (Chamber Music)

หมายถึง วงดนตรีประเภทบรรเลงด้วยเครื่องดนตรีที่เหมาะสำหรับแสดงภายในห้องโถง หรือ สถานที่ที่จุผู้ฟังได้เพียงจำนวนน้อย

ในสมัยแรกเล่นกันในห้องโถงตามราชสำนัก หรือ คฤหาสถ์ของขุนนางในยุโรปและนักดนตรีเล่นกันเองในหมู่เพื่อนฝูง ต่อมาคนเริ่มสนใจมากขึ้น

ทำให้สถานที่คับแคบ จึงเลื่อนไปเล่นในห้องโถงใหญ่ และ ใน Concert Hall ซึ่งจัดไว้เพื่อการแสดงดนตรีโดยเฉพาะวงเดนตรีชมเบอร์มิวสิค

เน้นความสำคัญของนักดนตรีทุกคนเท่าๆกัน โดยปกติจะมีนักดนตรี 29 คน และ เรียกชื่อต่างๆกัน ตามจำนวนของผู้บรรเลง ดังนี้

  • จำนวนผู้บรรเลง 2 คน เรียกว่า ดูโอ (Duo)

  • จำนวนผู้บรรเลง 3 คน เรียกว่า ทรีโอ (Trio)

  • จำนวนผู้บรรเลง 4 คน เรียกว่า ควอเตท (Quartet)

  • จำนวนผู้บรรเลง 5 คน เรียกว่า ควินเตท (Quintet)

  • จำนวนผู้บรรเลง 6 คน เรียกว่า เซกซ์เตท (Sextet)

  • จำนวนผู้บรรเลง 7 คน เรียกว่า เซปเตท (Septet)

  • จำนวนผู้บรรเลง 8 คน เรียกว่า ออกเตท (Octet)

  • จำนวนผู้บรรเลง 9 คน เรียกว่า โนเนท (Nonet)

วงแชมเบอร์มิวสิค (Chamber Music)

การฟังเพลงประเภทเชมเบอร์มิวสิคต้องการความรู้ความเข้าใจเช่นเดียวกับการฟังเพลงคลาสสิคประเภทอื่น ๆ อย่างไรก็ตามเนื่องจากเพลง

ประเภทนี้ใช้ผู้เล่นเพียงไม่กี่คน ย่อมไม่สามารถสร้างอารมณ์ความรู้สึกของดนตรีได้อย่างเพลงที่บรรเลงโดยวงออร์เคสตร้า เช่น ความมีพลัง,สีสัน

หรือเสียงของวงประสานเสียงที่ร้องไปกับวงออร์เคสตร้าทำให้รู้สึกยิ่งใหญ,่มโหฬาร แต่สิ่งที่จะได้รับจากเพลงประเภทเชมเบอร์มิวสิคจะเป็น

ในลักษณะของเสียงดนตรีที่แท้จริงในด้านคุณภาพของการเล่น เพราะถ้ามีผู้เล่นผิดพลาดจะได้ยินอย่างเด่นชัด

ฉะนั้นการบรรเลงประเภทนี้ ผู้บรรเลงต้องมีความถูกต้อง และสามารถถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกของเพลงได้อย่างกระจ่างแจ่มชัดแจ้งจริง ๆ

นอกจากนี้ความเป็นหนึ่งในการบรรเลงเพลงซึ่งเป็นความหมายของคำว่าEnsembleคือความพร้อมเพียงของผู้บรรเลงเป็นสิ่งที่การบรรเลงเพลง

ประเภทนี้ ต้องการเป็นอย่างยิ่งไม่ใช่เฉพาะความถูกต้องในการบรรเลงของแต่ละคนเท่านั้นความถูกต้องความเป็นหนึ่งของทั้งวงย่อมจะต้องมีอยู่

อย่างครบครันสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ได้จาการฟังเพลงประเภทเชมเบอร์มิวสิกซึ่งต่างไปจากเพลงที่บรรเลงโดยวงออร์เคสตร้า

โดยปกติการผสมวงดนตรีแบบเชมเบอร์มิวสิคจะมีนักดนตรีตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปจนถึง 9 คนและ วงดนตรีจะมีชื่อต่าง ๆ

ตามจำนวนของผู้บรรเลงเช่นการเรียกชื่อ จะต้องบอกชนิดของเครื่องดนตรีและจำนวนของผู้เล่นเสมอ ดังนี้

  • วงสตริงทรีโอ (String Trio) มี ไวโอลิน 1 คัน วิโอลา 1 คัน และ เชลโล 1 คัน

  • วงสตริงควอเต็ท (String Quartet) มี ไวโอลิน 2 คัน วิโอลา 1 คัน และ เชลโล 1 คัน

  • วงสตริงควินเตท (String Quintet) มี ไวโอลิน 2 คัน วิโอลา 1 คัน เชลโล 1 คัน และ ดับเบิลเบส 1 คัน

ถ้าการบรรเลงของแชมเบอร์มิวสิคเกิน 9 คน แต่ไม่ถึง 20 คน  เรียก อังซังเบลอ (ensemble)  เช่นวินด์อังซังเบลอกับดับเบิ้ลเบสของ 

 โมสาร์ทเป็น Serenade สำหรับเครื่องลม Bแฟลต

วงแชมเบอร์มิวสิคยังไม่จำกัดประเภทของเครื่องดนตรีแต่ ตระกูลไวโอลินจะเหมาะที่สุดเพราะเสียงของเครื่องดนตรีตระกูลนี้กลมกลืนกัน

ปัจจุบันแล้ววงแชมเบอร์มิวสิค ประเภทวงดนตรีเครื่องสาย และวงดนตรีเครื่องสายผสม ยังคงได้รับความนิยมนำไปบรรเลงในงานแต่งงานอีกด้วย

2.วงซิมโฟนี  ออร์เคสตร้า (Symphony Orchestra)

วงดนตรีออร์เคสตรา (Orchestra)

วงดนตรีออร์เคสตร้า(Orchestra)เป็นวงดนตรีขนาดใหญ่ที่ใช้เครื่องดนตรีและผู้บรรเลงจำนวนมาก บทเพลงที่ใช้บรรเลงมี

หลายประเภทเช่น ซิมโฟนคอนแชร์โตโอเวอร์เจอร์ ในสมัยนี้นิยมนำนักร้องมาเสริมเพื่ื่อสร้างบรรยากาศให้ดียิ่งขึ้น วงออร์เคสตร้าจะเหมาะสำหรับ

งานทศกาลต่างๆ,งานสังสรรค์,งานEvent, งานคอนเสิร์ต, งานประกาศรางวัล และ งานแต่งานที่ต้องการความยิ่งใหญ่ให้เหมาะสมกับฐานะ

วงดนตรีประเภทนี้จะประกอบด้วยเครื่องดนตรีครบทุกประเภท คือ เครื่องสาย, เครื่องลมไม้เครื่องลมทองเหลือง, เครื่องลิ้มนิ้วและเครื่องตี

กระทบ เป็นลักษณะการประสมวงดนตรีที่สมบูรณ์ที่สุด ขนาดของวงดนตรีออร์เคสตร้า(Orchestra)ได้กำหนดโดยผู้บรรเลงดังนี้

  • วงขนาดเล็ก ( Small Orchestra ) มีผู้บรรเลงประมาณ 40 – 60 คน

  • วงขนาดกลาง ( Medium Orchestra ) มีผู้บรรเลงประมาณ 60 – 80 คน

  • วงขนาดใหญ่ ( Full Orchestra ) มีผู้บรรเลงประมาณ 80 คนขึ้นไป

การจัดวงออร์เคสตร้าคำนึงถึงความกลมกลืนของเสียง ดนตรีกลุ่มเครื่องสาย

มีจำนวนมากที่สุดในวงประมาณ 2 ใน 3 ของจำนวนผู้บรรเลงทั้งหมด

วงออร์เคสตร้าจะเป็นส่วนสำคัญมากที่สุดของงานเพื่อให้งานของคุณดู

ยิ่งใหญ่อลังการ วงดนตรีประเภทนี้นิยมเป็นการบรรเลงอย่างเดียวหรืออาจจะ

มีการขับร้องสลับก็ได้ บทเพลงที่ใช้จะเป็นบทเพลงคลาสสิคเป็นส่วนใหญ่

สำหรับการบรรเลงจะมีการเตรียมพร้อมเพื่อซั้กซ้อมจัดระบบขั้น

ตอนของงานให้แน่นอนกันก่อนบรรเลง

วงดนตรีประเภทนี้ที่สำคัญก็คือผู้แสดงจะต้องมีประสบการณ์กับความสามารถในการบรรเลงและร้องเป็นอย่างมาก

** ถ้าใช้เฉพาะเครื่องสายของวง Symphony  Orchestra ก็เรียกว่า String Orchestra**

3.วงป๊อปปูลามิวสิค (Popular Music) หรือ วงดนตรีลีลาศ

 วงป๊อปปูลามิวสิค (Popular Music) หรือ วงดนตรีลีลาศ

ใช้บรรเลงตามงานรื่นเริงทั่วไปประกอบด้วย เครื่องดนตรีีกลุ่มแซกโซโฟน, กลุ่มเครื่องทองเหลือง และกลุ่มเครื่องประกอบจังหวะ

วงป๊อปปูลามิวสิค ส่วนใหญ่ มี  3 ขนาด

1.วงขนาดเล็ก (วง 4x4)  มีเครื่องดนตรี  12 ชิ้น ดังนี้

กลุ่มแซ็ก  ประกอบด้วย  อัลโตแซ็ก 1  คัน เทเนอร์แซ็ก คันบาริโทน แซ็ก 1 คัน

กลุ่มทองเหลือง ประกอบด้วย ทรัมเป็ต 3  คัน ทรอมโบน 1 คัน

กลุ่มจังหวะ ประกอบด้วย  เปียโน 1 หลัง กีตาร์คอร์ด 1 ตัว เบส 1  ตัว กลองชุด  1  ชุด

( วง 4 x 4 หมายถึง ชุดแซก 4 ชุด ทองเหลือง 4 ชุดตามลำดับ ส่วนเครื่องประกอบจังหวะ 4 ละไว้ในฐานที่เข้าใจ)

2.วงขนาดกลาง (5x5) มีเครื่องดนตรี 14 ชิ้น  คือ เพิ่มอัลโตแซ็ก และ ทรอมโบน

3.วงขนาดใหญ่ (Big Band )(5 x 7)  มี 16  ชิ้น เพิ่ม ทรัมเป็ต และ ทรอมโบนอย่างละตัว

.ในปัจจุบันใช้กีตาร์เบสแทนดับเบิ้ลเบส และ บางทีก็ใช้ออร์แกนแทนเปียโนคะ

วงคอมโบ้ (Combo band) หรือ สตริงคอมโบ

4.วงคอมโบ้ (Combo  band) หรือ สตริงคอมโบ

เป็นนวงที่เอาเครื่องดนตรีบางส่วนมาจาก Popular Music อีกทั้งลักษณะของเพลงและ

สไตล์การเล่นก็เหมือนกัน จำานวนเครื่องดนตรีส่วนมากอยู่ระหว่างประมาณ 3 –10 ชิ้น

เครื่องดนตรีจะมี พวกริทึม(Rhythm) และพวกเครื่องเป่า ทั้งลมไม้ และเครื่องทองเหลือง

เครื่องดนตรีที่ใช้เป็นหลักคือกลองชุด เบส เปียโนหรือมีเครื่องเป่าผสมด้วยจะเป็นเครื่องลม

ไม้หรือทองเหลืองก็ได้ไม่จำกัดจำนวนแต่รวมแล้วต้องไม่เหมือนกับวงป๊อปปูลามิวสิค

วงคอมโบก็เป็นสมอลล์แบนด์ (small Band)แบบหนึ่ง ดังนั้นวงนี้จึงเป็นวงที่มีขนาดไม่ใหญ่นักจึงเหมาะสำหรับเล่นตามงานรื่นเริงทั่วๆไป

นอกจากนั้นยังเหมาะสำหรับเพลงประเภทไลท์มิวสิคอีกด้วยและเพลงไทยสากลและเพลงสากลทุกยุคสมัย

ในปัจจุบันที่ใช้วงคอมโบเล่นตามห้องอาหารหรืองานสังสรรค์ต่างๆประกอบด้วยเครื่องดนตรีดังต่อไปนื้

1.แซ็กโซโฟน 2.ทรัมเป็ต 3. ทรอมโบน 4.เปียโนหรือออร์แกน 5. กีตาร์คอร์ด 6. กีตาร์เบส 7.กลอง

5. วงชาร์โด (Shadow)

เป็นวงดนตรีขนาดเล็กเริ่มก่อตั้งเมื่อประมาณ 20 ปีมานี่เอง

ในอเมริกาวงดนตรีประเภทนี้ที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือคณะTheBeattle

หรือสี่เต่าทอง เครื่องดนตรีในสมัยแรก มี4ชิ้น คือ

1.กีตาร์เมโลดี้(หรือกีตาร์โซโล) 2.กีตาร์คอร์ด 3.กีตาร์เบส 4.กลองชุด

วงชาโดว์ในระยะหลังได้นำออร์แกนและพวกเครื่องเป่าเช่น แซกโซโฟน 

ทรัมเป็ต,ทรอมโบนเข้ามาผสมและบางทีอาจมีไวโอลินผสมด้วย

เพลงของพวกนี้ส่วนใหญ่จะเร่าร้อน ซึ่งได้รับความนิยมมากในหมู่วัยรุ่น

 โดยเฉพาะเพลงประเภท  อันเดอร์กราว

6. วงแจ๊ส (Jazz) 

แบบของแจ๊สที่ควรรู้จักBlues Jazz เพลงบลูส์ 

เกิดขึ้นที่นิวออร์ลีนแถบปากแม่น้ำมิสซิสซิปปี แต่สมัยแรกๆไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร ต่อมาพ.ศ. 2467ได้มีการอัดแผ่นเสียงจำหน่าย

จึงแพร่หลายได้รวดเร็วขึ้น รวมทั้งดนตรีได้มีโอกาสไปแสดงตามที่ต่างๆ ในสมัยแรกๆเพลงบลูส์ใช้กีตาร์เล่นนำและคลอเสียงร้องเล่นกันตามข้าง

ถนนตามย่านชุมชน คนผ่านไปมาก็ให้เงินบ้างไม่ให้บ้าง เนื้อร้องร้องไปคิดไปไม่มีการเตรียมไว้ล่วงหน้ามาก่อน ดังนั้นร้องกี่ครั้งก็ไม่เหมือนกัน 

นึกจะจบก็จบเอาดื้อๆคล้ายกับเพลงฉ่อยของประเทศไทย เพลงบลูส์ได้รับอิทธิพลจากศาสนามาก ดังนั้นเนื้อร้องก็มีเกี่ยวกับเรื่องศาสนาเข้ามา

ปนอยู่ด้วย ต่อมาเพลงบลูส์ได้เจริญขึ้นก็นำไปเล่นกับวงแจ๊๊สก็กลายเป็นบลูส์์แจ๊๊ส เพลงประเภทนี้ส่วนมากจังหวะช้าๆ

ครั้งแรกที่ไม่ค่อยนิยมเพลงบลูส์เนื่องจากโน้ตค่อนข้างยาก ต่อมาอาร์มาสตรองนำมาเล่นในปีพ.ศ.2472 จึงเป็นแรงหนึ่งที่ทำให้รับความนิยม

New orlean and dixieland style ทั้ง2แบบเหมือนกันมากจนแทบจะแยกกันไม่ออก เริ่มขึ้นในปลายศตวรรษที่19 และมาแพร่หลายในปีพ.ศ

2473 ต่อมาอาร์มาสตรองนำมาเล่นในปีพ.ศ.2472 ต่อมามีทรอมโบนและคลาริเ็น็ท เบนโจ กีตาร์ ทูบา กลอง เปียโน แซ็กโซโฟน ปัจจุบันใช้

เบสแทนทูบา นิยมให้ทรัมเป็ตเป็นตัวนำก่อน แล้วจึงเล่นพร้อมกันทั้งวงและเล่นกันเฉพาะทำนองเพราะยังไม่มีใครรู้จักAdlibกันเท่าไหร่

กลองก็เล่นจังหวะธรรมดา Modern Style โฉมหน้าของแจ๊๊สได้เปลี่ยนไปมากเมื่อหลุยส์ อาร์มสตรองได้คิดวิธีเล่นใหม่คือมีทำนองหลัก

แล้วผลัดกันเล่นทีละคนแต่ละคนAdlib กันอย่างสนุกสนานและเล่นค่อนข้างเร็วมาก บางทีก็เล่นพร้อมๆกันฟังดูเหมือนต่างคน

ต่างเล่นแต่อยู่ในกรอบอันเดียวกัน  BopStyle ผู้ที่คิดขึ้น คือThe lonious Monk กับDizzy gillespieโดยเอาแบบของยุโรปมาผสม

มีการเปลี่ยนแปลงทำนองและจังหวะ ใช้คอร์ดเป็นหลัก เล่นเร็วมาก ผลัดกันเล่นทีละชิ้น

จังหวะของแจ๊๊สในยุคหลังก็ได้เกิดขึ้นใหม่ๆ Swing แบบนี้กู๊ดแมน เป็นผู้ให้กำเนิดจังหวะนี้ เมื่อก่อนกู๊ดแมนเล่นคลาริเน็ทกับพวกผิวดำ 

ต่อมาได้แยกออกมาเล่นกับพวกผิวขาวด้วยกันและเขาได้แต่งเพลงใหม่ขึ้น และได้ให้ชื่อเพลงใหม่นี้ว่า Swing Rock n’ Roll ก็แตกแขนงจาก 

แจ๊๊ส เมื่อราวพ.ศ.2493 ได้รับความนิยมสูงสุดในหมู่วัยรุ่นและแพร่หลายอย่างรวดเร็วในอเมริกา ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นราชาเพลงร๊อคก็คือ 

เอลวิส เพรสลี่(เสียชีวิตเมื่อส.ค.2520) เพลงแจ๊๊สที่เราคุ้นๆหูก็คือเพลง When the saints to marching in เพลงนี้เป็นเพลงที่เก่าแก่มาก 

ไม่ทราบว่าใครเป็นผู้แต่งเป็นเพลงแจ๊สที่มีชื่อเสียงมาก ในการแสดงดนตรีแจ๊๊สทุกครั้งมักมีเพลงนี้เล่นด้วยเสมอ ตอนแรกเป็นเพลงสวด

ต่อมาเล่นแบบมาร์ชและในที่สุด ก็เล่นแบบ New orleans อาร์มสตรองเล่นเพลงนี้ได้ดีที่สุดเมื่อ พ.ศ. 2481

วงแจ๊ส (Jazz) 

เครื่องดนตรีแจ๊สที่นิยมเล่นกันมี ดังนี้คือ

1. คลาริเน็ท 2. แซ็กโซโฟน(โซปราโน,อัลโต,เทเนอร์) 3. คอร์เน็ต 4. ทรัมเป็ต

5. ทรอมโบน 6. เบนโจ 7.เปียโน 8. กีตาร์ 9.เบส 10. กลองชุด

ปัจจุบันแจ๊๊สได้เล่นอย่างมีแบบแผน มีการเรียบเรียงเสียงประสานสำหรับวงดนตรี

เครื่องดนตรีที่ใช้เล่นมีการกำหนดแน่นอนซึ่งใช้แบบของวงดนตรีป๊อปปูลามิวสิค


7. วงโยธวาทิต  ( Military  Band )

วงโยธวาทิต ( Military Band )

ประกอบด้วยเครื่องเป่าครบทุกกลุ่ม คือ เครื่องลมไม้ เครื่องทองเหลืองและกลุ่มเครื่องกระทบได้แก่เครื่องดนตรีที่ให้จังหวะทั้งหลาย 

วงโยธวาฑิตมีมาตั้งแต่สมัยโรมัน ใช้บรรเลงเพลงเดินแถวเพื่อปลุกใจทหาร ในสมัยสงครามครูเสดได้ซบเซาไปพักหนึ่ง และเจริญอีกในสมัย14

ต่อมาในสมัยของนโปเลียนได้ปรับปรุงให้มีเครื่องดนตรีอีกหลายชนิดเช่น พวกขลุ่ยผิว พวกปี่และแตรและ ต่อมาก็เป็นต้นแบบของวงโยธวาทิต

ในราวกลางศตวรรษที่19เมื่ออดอลฟ์แซกซ์ นักประดิษฐ์ชาวเบลเยี่ยมได้ประดิษฐ์แซกโซโฟนและแตรต่างๆในตระกูลแซกฮอร์น จึงได้นำมาไว้

กับวงโยธวาทิตด้วย จึงสมบูรณ์ดังได้กล่าวมาแล้ว ปัจจุบันวงโยธวาทิตมาตรฐานของอังกฤษใช้เครื่องดนตรี 56 ชิ้น

8.แตรวง (Brass Band )

คือวงที่ประกอบด้วยเครื่องดนตรีประเภทเครื่องทองเหลืองและเครื่องกระทบ

 แตรวงเหมาะสำหรับใช ้บรรเลงกลางแจ้ง การแห่ต่างๆ เช่น ในประเทศไทยใช้ แห่นาค

 แห่เทียนพรรษา เป็นต้นแตรวงมาตรฐานของอังกฤษใช้เครื่องดนตรี 26 ชิ้น


เลือกเติมเต็มบรรยากาศในช่วงเวลาพิเศษกับวันดีๆของคุณ กับบทเพลงและนักดนตรีที่คัดสรรจาก

" ตัวตนของนักดนตรีเอง " แล้วความทรงจำดีๆจะอยู่กับคุณตลอดไป

สนใจโทรมาปรึกษากับ วงดนตรี ริเวอร์ไลท์มิวสิคเพื่อแสดงดนตรีในงานต่างๆได้ที่

คุณนุช 084- 4230595 / Line ID : nuchz1610

คุณพงษ์พันธ์ pianist 081-2566576 / Line ID : b.bangbon